Sunday, May 18, 2008

Dark side of the moon







ตอนอ่าน Path of Fujiko F Fujio เล่มแรกยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเท่าไหร่
ไม่เจ๋งเท่ากับที่อ่านเจอโฆษณาของ nation comics
แต่พอเล่ม 2 ถึงได้เข้าใจแล้วว่า ที่โฆษณามา ไม่ได้เกินความจริง..

Path of Fujiko F Fujio เป็นคอลเลคชั่นรวมงานของ Fujiko F Fujio
คนที่วาด โดเรมอน นั่นแหละ
นี่เป็นผลงานคู่ขนานที่เขียนขึ้นพร้อมๆ กับ โดเรมอน
เรื่องราว ที่ตีแผ่ จิตใจด้านมืดของมนุษย์แบบที่คาดไม่ถึงแน่ๆ ว่า นี่คือ ผู้สร้างผลงานอย่าง
โดเรมอน ฮัตโตริ ปาร์แมน หรือว่า คิวทาโร่

ตอนที่ชอบในเล่ม 2 มีเยอะมากๆ อย่าง
ตอน บ้านเย็นใจ
ตอน สาธารณรัฐคนกันเอง ที่อ่านไปอ่านมานึกถึง 20th Century Boys เฉยเลย
ตอน มืราเคิลแมน ก็เยี่ยมมาก

ความรู้สึกว่า กำลังโดนปั่นหัว ด้วยลายเส้นและหน้าตาตัวละครแบบโลกของ F x F
แต่เนื้อเรื่อง มัน.... โคตรจะ ....

อ่านเองล่ะกัน

Tuesday, May 13, 2008

Look at the fear we're bleeding Look at the lives we're leading... I went numb when I learned to see.







เรารู้อะไรพม่าบ้าง ขนาดนักวิชาการไทยที่สนใจศึกษาพม่าอย่างจริงจังแทบจะนับหัวได้
นอกจากแบบเรียนและหนังของชาตรีเฉลิมแล้ว เราแทบไม่รู้จักกัน

รัฐบาลทหารผูกขาดการปกครองพม่ามา 45 ปี บริหารประเทศจนกลายเป็นประเทศยากจนที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ทั้งๆ ที่พม่าเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่เรียกว่า อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

คณะปกครองทหารพม่าใช้งบประมาณเพียง 0.3% ของจีดีพีเพื่อการสาธารณสุข กับ 1.3% เพื่อการศึกษา

นายพลผู้นำระดับสูงของพม่าใช้เงินจำนวนมหาศาลในการย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้ง ใช้เวลาไม่กี่ปีเนรมิตเมืองหลวงใหม่ที่ชื่อ เนย์ปีดอ (Naypyidaw) จากสภาพเดิมที่เป็นป่าละเมาะในเขตภาคกลางของพม่า

ปีที่แล้วพม่ามีรายได้จากการจำหน่ายก๊าซ 2,700 ล้านดอลลาร์
เพิ่มขึ้น 80% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการพบก๊าซเพิ่มขึ้น

Sean Turnell ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจพม่าที่มหาวิทยาลัยแม็คควารี ออสเตรเลีย
ประมาณว่า นายพลพวกนั้นนำจะมีเงินต่างประเทศสำรองไว้ราว 4,000 ล้านดอลลาร์ (ทั้งก๊วน)

ส่วนการช่วยเหลือกู้ภัยจากไซโคลนนาร์กิสที่พัดทำลายภาคตะวันตกเฉียงใต้กับกรุงย่างกุ้งอาทิตย์ก่อน
ทางการพม่ารายงานยอดผู้เสียชีวิตประมาณ 23,000 คน
ขณะที่ตัวเลขจากแหล่งข้อมูลอื่นๆ เชื่อว่าจำนวนอาจจะสูงถึง 100,000 คน

ปิดบังตัวเลขคนตายไปทำไม ไม่มีทางรู้
ที่รู้อย่างหนึ่ง คือ รัฐบาลพม่าเป็นพวกปีศาจที่ชอบโกหก
และก็ชอบเอาเรื่องโกหก ไปปนกับเรื่องจริง

นายพลตาน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดและเหล่าบรืวาร ว่านเครือ ยังคงดึงดันจัดให้มีการลงประชามติรัฐธรรมนูญกันหน้าตาเฉย
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 may 08)

แต่ที่รู้สึกขยะแขยงมากกว่าการบ้าลงประชามติ
ก็คือ รายงานข่าวที่ว่า นายทหารระดับสูงของพม่า จงใจกักเก็บอาหารและสื่งของยังชีพที่ได้รับการช่วยเหลือจากนานาชาติ
มาจัดการส่งต่อให้ ชาวบ้านที่ประสบภัย
นายทหารระดับสูงที่ว่า ใช้วิธีเขียนชื่อตัวเองลงไปด้านบนตัวกล่องยังชีพพวกนั้น

นี่คือ propaganda ชั้นเลวที่หลอกให้ผู้ประสบภัยหลงยินดีไปกับผู้บริหารประเทศของตัวเอง
นี่ตือ การกระทำของมนุษย์ด้วยกันจริงหรือไม่

เรามารู้จักพม่ากันให้มากกว่านี้
ดีกว่าไหม

... สุดท้าย ก็ลืม ..


ก็นำ้มันที่เติมรถเรา แก๊สในครัวไว้ทำกับข้าว เพชรพลอยโคตรพ่อโคตรแม่ก็อาจมาจากพม่า
ทุกบาทที่เสียไป ก็ถือเป็นค่าบำเรอความสุขสามานต์ ให้ทหารเลว
โดยความสมัครใจของเราเองด้วยซำ้

เรารู้จักพม่า แค่นี้ ก็พอแล้ว ...





จนถึงขณะนี้ประชาคมระหว่างเทศได้เสนอหยิบยื่นความช่วยเหลือแก่พม่าแล้วเป็นเงินเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ แต่ทางการทหารยังคงปิดกั้นและกักอาหารกับสิ่งของต่างๆ ไว้ที่สนามบิน ไม่ออกวีซ่าให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยเข้าประเทศและยืนยันจะนำของช่วยเหลือทั้งหมดไปแจกจ่ายเอง.

Monday, May 12, 2008

Mind Space







ถ้าจำไม่ผิด ครั้งสุดท้ายที่ตั้งใจเข้าวัดด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้ถูกใครบังคับให้ไป
น่าจะเป็น ตอนที่ไปสวดมนต์ช่วงหัวคำ่ ที่วัดสระเกศกับเอ หลังจากที่เอพึ่งสึกได้ไม่นาน
คงประมาณ 4-5 ปีมาแล้ว

ส่วนคราวนี้ มีเหตุที่ต้องไปวัดเจ้ามูล
เพื่อทำพิธีแก้กรรม ตามคำแนะนำของโหรท่านหนึ่ง
พิธีแก้กรรมที่ว่า ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคน
สำหรับดวงผม ที่เกิดอังคารที่ 6 มิถุนายน ปีมะเมีย เวลา 10:39 น.
ต้องถวายพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรและดอกบัว ธูป เทียนอย่างละ 17 ดอก
ตามด้วย การถวายหนังสือสวดมนต์ 4 เล่มให้วัด ผ้าสบง 1 ผืนและกระโถนสำหรับภิกษุอีก 1 ใบ
ภายใค้เงื่อนไขของช่วงเวลา ที่แค่ละคนจะได้เวลาที่ไม่เท่ากันอีก...

และที่ต้องเป็นวัดเจ้ามูล ก็เพราะเจ้าอาวาสของที่นี่ รู้วิธีสวดและทำพิธีนั่นเอง

วัดนี้ อยู่ในซอยจรัลสนิทวงศ์ 8 ว่ากันว่า
สร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนจะมีการสภาปนากรุงเทพซะอีก
ช่วงอยุธยาเลยมั๊ง
วัดนี้เป็นวัดเล็กๆ บรรยากาศดีมาก วันแรกที่ไป ได้เห็นงานศพที่จัดกันตามพิธีเดิมๆ
เสียงวงดนตรีไทยที่บรรเลงคลอคลอดงานนั้น เพราะจับใจ
ภาพที่ถ่ายมาให้ดู คือ โบสถ์ ภายในกุฏิเจ้าอาวาสที่ทำพิธี และโคนต้นโพธิ์ ที่เอาไว้เทนำ้ที่เราตรวจนำ้เสร็จจากพิธีแล้ว
ลองไปดูแล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกสงบได้อย่างประหลาด

ข้อแนะนำคือ ให้ลองเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากปากซอยตลาดท่าพระ
ให้ไปส่งที่วัดเจ้ามูล
คุณจะได้เห็น.. ธนบุรีในแบบที่จะไม่มีทางได้เห็นที่ฝั่งพระนคร

Saturday, March 22, 2008

visual enforcement kit






link จาก stefano หลายเว็บเป็นเว็บที่บ้ามาก
อันนี้ เป็นตัวอย่างที่ยังไม่ถึงกับบ้าบอเท่าไหร่
และ practical กว่า link อื่น

ที่เห็นข้างบน คือ sticker ที่สามารถโหลด template ทั้งหมด 4 แบบเป็น pdf file ได้จากเว็บ
http://www.design-police.org/
สามารถโหลดและเอาไปใช้ได้ตามอัธยาศัย
หลายคนน่าจะคุ้นกับโปรเจ็คต์ sticker แบบนี้
อย่างโปรเจ็คต์ที่พี่ประชาเคยเขียนลงมติชน สุดสัปดาห์
The Bubble Project, Cancelled Stickers, Corporate Vandals Not Welcome
หรือว่าจะเป็น You Don't Need It sticker

template sticker ของ design police ก็บอกกันตรงๆแหละ
print ไปติดงานที่คิดว่าสมควรโดนข้อความเหล่านี้
ทางเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่สงวนลิขสิทธิ์
เพียงแต่ไม่รับผิดชอบความเสียหายใดๆ ในการเอาไปใช้แบบไม่ดูตาม้า ตาเรือ

Monday, February 25, 2008

this is my first time for music packaging








จริงๆแล้วอยากทำ music packaging มานานแล้ว
แต่ไม่มีคนจ้าง
เป็นงาน print แทบจะสุดท้ายแล้วมั๊ง ที่ไม่เคยทำจรืงจัง
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
เคยทำเฉียดๆสุดก็ทำให้ project นึงของ british council
ช่วง british film festival สักปีน่ะแหละ น่าจะปี 2003
เป็น invitation card งาน launch party เปิดตัวหนัง 24 hours party people..
ที่ bed ตอนนั้นรู้สึกว่าจะใช่ graphic ที่เอามาจาก graphic ที่อยู่ใน space ของ Hacienda
ทำออกมา format เดียวกับ cd cover น่ะแหละ


ส่วนงาน indigo pearl เป็น project ข้ามปี ที่พึ่งมีเวลากลับมาทำอีกครั้ง
หลังจาก ลูกค้าแสนดี ยอมให้้ clear งานวุ่นๆ ช่วง bangkok design festival เสร็จไปก่อน

ที่เห็นคือ sketch แรก ที่ตั้งใจทำให้ออกมาเป็น series ที่ไม่เกี่ยวกับ โรงแรม indigo เลย
เอามาจากตวามรู้สึกเวลาฟังทั้งแผ่นมากกว่า
อยากทำให้เป็น audio cd package ที่ ไม่สะท้อนอะไรเลย
นอกจากอารมณ์ และ visual ที่ไม่เกี่ยว...
พยายามทำให้ออกมาเป็น series
เพราะ เชื่อว่า... ยังมีอีกหลายแผ่น ตามออกมาแน่นอน

what we have in mind, what we have in mushishi

น้อยคนที่อ่าน mushishi รอบแรกแล้วเข้าใจ...
บางคนอ่านจนจะหมดเล่มแล้ว ยังไปได้ไม่ถึงไหนสักที ก็ไม่แปลก
เสน่ห์ประหลาดของเนื้อหาและภาพวาดของ yuki urushibara นั้นแทบไม่มีข้อติ
ที่พิเศษกว่าคือ system ของการเล่าเรื่อง

บางตอนคือ tragic comic สะเทือนอารมณ์ชั้นยอด
บางตอนคือ จินตนาการที่ใช้แค่ส่วนเล็กๆจาก นิทานพื้นบ้านสร้างเป็นอีกเรื่อง
บางตอนสะท้อน ปมในใจของความสัมพันธ์ระหว่าง
แม่ กับ ลูก
พ่อ กับ ลูก
พี่ กับ น้อง
ความไม่สมประกอบ และเว้าแหว่งในใจเรา

ด้วยการใช้ system ที่ว่านี่แหละ ที่ทำให้เวลาอ่าน mushishi แทบจะวางไมาลง
เพียงแต่
ความรู้สึกแสนประหลาด ที่เวลาอ่านจนถึงหน้าสุดท้ายแล้ว
ให้ความรู้สึก ไม่เหมือนอ่านการ์คูนเล่มอื่น
... ไม่ได้กระเหี้ยนกระหือ อยากอ่านตอนต่อไป
หรือเสียดายเหลือเกินที่มาถึงหน้าสุดท้ายจนได้

บางที
mushishi
อาจทำให้เราเข้าใจถ่องแท้ ถึงเวลาหลุดไปอีกโลก
และเดินทางกลับมาโดยง่าย
กลับมาที่ใจ..

Thursday, January 3, 2008

what we have in mind





ชื่อภาษาไทยของ Mushishi ผลงานของ Yuki Urushibara คือ กีฎจารย์กับอาถรรพ์แมลงพิสดาร
สยามอินเตอร์ขอลิขสิทธิ์มาจาก Kodansha ตั้งแต่มกราคม 2547 ตอนนี้พิมพ์ถึงเล่ม 7
นี่คือ อีกเรื่องที่น่าอ่านมากๆ

คำว่า Mushishi แปลว่า แมลง แน่นอนว่าเนื้อเรื่องก็พูดถึงการดำรงอยู่ของแมลง
เพียงแต่ นี่ไม่ใช่แมลงอย่างที่เราเข้าใจแม้แต่น้อย
อ่านเล่มแรกอาจจะงงหน่อย แต่ถ้าเข้าใจกติกาของเรื่องนี้ก็สบาย

ฉากหลังคือญี่ปุ่นตอนปิดประเทศหรือช่วงระหว่างเอโดะกับเมจิ
เนื้อเรื่องก็จบเป็นตอนๆ
ส่วนที่อธิบายถึงแมลงก็ตั้งแต่หน้าแรก

"สิ่งที่อยู่เหมือนจะอยู่ห่างไกลออกไป
ที่เรียกกันว่าพืชและสัตว์ชั้นตำ่ที่เต็มไปด้วยความแปลกพิสดารนั้นดูเป็นเรื่องไม่ไกลตัวนัก
ตั้งแต่โบราณ มนุษย์เรียกกลุ่มที่แปลกประหลาดเหล่านั้นรวมกันว่า แมลง"

ถ้างงก็ไม่แปลก... งั้นเอาใหม่

ลองแบมืออกมาข้างนึง
สมมติว่า นิ้วชี้-กลาง-นาง-ก้อย เป็นสัตว์
ส่วนนิ้วโป้งคือ พืช
มนุษย์เราจะอยู่ตรงปลายนิ้วกลาง
(ส่วนที่ไกลหัวใจที่สุด)
พอจ้องเข้าไปในมือ ก็จะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นตำ่
พอไล่ลงไปถึงข้อมือจะมีเส้นเลือดอยู่เส้นนึง
พวกที่อยู่ตรงนี้คือ จุลินทรีย์ แบคทีเรีย
พอถึงตรงนี้ ความเป็นสัตว์หรือเป็นพืชก็เรื่มจะแยกไม่ออกแล้ว
ตรงข้อศอกน่ะ ก็มีสื่งมีชีวิตด้วย
ใกล้ๆหัวใจเป็นพวกที่อยู่ใกล้ความมีชีวิตที่สุด
เรียกว่า แมลง